SIL 3 คืออะไร? มาตรฐานความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

SIL 3 (Safety Integrity Level 3) คือระดับความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก กำหนดขึ้นตามมาตรฐาน IEC 61508 ใช้วัดความน่าเชื่อถือของระบบในการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่อันตราย
[ez-toc]
ทำไมต้องมีระดับความปลอดภัยหลายระดับ?

มาตรฐาน SIL แบ่งออกเป็น 4 ระดับ (SIL 1 ถึง SIL 4) โดย SIL 3 เป็นระดับที่สูงมากและใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม แต่ละระดับบอกถึงความน่าเชื่อถือที่แตกต่างกัน
- SIL 1 ความปลอดภัยพื้นฐาน (โอกาสเกิดอันตราย 1 ใน 100-1,000 ครั้ง)
- SIL 2 ความปลอดภัยระดับกลาง (โอกาสเกิดอันตราย 1 ใน 1,000-10,000 ครั้ง)
- SIL 3 ความปลอดภัยระดับสูงมาก (โอกาสเกิดอันตราย 1 ใน 10,000-100,000 ครั้ง)
- SIL 4 ความปลอดภัยสูงสุด (ใช้ในระบบสำคัญที่ไม่อนุญาตให้มีความผิดพลาด เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือระบบควบคุมเครื่องบิน)
ดังนั้นหากจะอธิบายง่าย ๆ จริง ๆ แล้วนั้น มาตรฐานความปลอดภัย SIL 3 ก็คือ ระบบที่มีปลอดภัยระดับสูงมาก โดยมีโอกาสเกิดความผิดพลาดต่ำกว่า 0.001% หรือประมาณ 1 ใน 10,000-100,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าปลอดภัยมากพอสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของมนุษย์เป็นอันดับแรก
ข้อจำกัดของ SIL 3
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ SIL 3 ไม่ได้หมายความว่าระบบจะไม่มีวันเสียหรือผิดพลาดเลย แต่หมายถึง
- Diagnostics & Lifecycle documentation ระบบสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนความผิดปกติได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมมีการควบคุมและบันทึกด้านความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน ตั้งแต่การออกแบบ การใช้งาน ไปจนถึงการปรับปรุงระบบ เพื่อป้องกันทั้งความผิดพลาดของอุปกรณ์และความผิดพลาดจากกระบวนการ
- Redundancy ระบบถูกออกแบบให้มีมากกว่าหนึ่งช่องทางทำงานอย่างอิสระ เพื่อให้ความล้มเหลวเพียงจุดเดียวไม่ก่อให้เกิดอันตราย
- Proof testing มีการทดสอบระบบตามรอบเวลา เพื่อยืนยันว่าฟังก์ชันความปลอดภัยยังคงทำงานได้จริง รวมถึงกรณีที่ระบบไม่สามารถตรวจจับความขัดข้องได้เอง
Cibes Lift ลิฟท์บ้านที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย SIL 3

จากการสำรวจตลาดลิฟท์บ้านในยุโรป พบว่าความกังวลอันดับ 1 ของผู้ซื้อคือ “ความปลอดภัย” มากกว่าเรื่องราคาหรือดีไซน์ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก
สำหรับลูกค้าที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก การเลือกลิฟท์บ้านระดับพรีเมียมอย่าง Cibes ที่ได้รับมาตรฐาน SIL 3 เป็นสัญญาณชัดเจนว่า Cibes Lift นั้น
- ออกแบบด้วยความคิดแบบวิศวกรรมขั้นสูง ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์บ้านๆ ทั่วไป เพราะระดับการทดสอบเทียบเท่ากับอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือระบบในโรงงานอุตสาหกรรม
- มีการทดสอบและตรวจสอบมากกว่า 10,000 ชั่วโมง ในด้านการออกแบบ ชิ้นส่วน และการป้องกันความผิดพลาดก่อนออกสู่ตลาด
- สามารถให้ความเชื่อมั่นเรื่องการใช้แนวคิดด้านความปลอดภัยแบบเดียวกับที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และระบบวิศวกรรมที่สำคัญ แต่นำมาปรับใช้ในบ้านพักอาศัย
- เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความมั่นใจสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้วีลแชร์ และยิ่งไปกว่านั้นในประเทศไทยตอนนี้มีผู้สูงอายุมากกว่า 12 ล้านคน (ประมาณ 20% ของประชากร) และตัวเลขนี้กำลังเพิ่มขึ้นทุกปี
ด้วยการยกระดับความปลอดภัยให้ใกล้เคียงมาตรฐานอุตสาหกรรม Cibes จึงไม่ใช่แค่ลิฟท์บ้านธรรมดา แต่เป็นระบบความปลอดภัยที่คุณไว้วางใจได้จริงตลอดอายุการใช้งาน 20-30 ปี
อุตสาหกรรมหรือระบบไหนบ้างที่ต้องการความปลอดภัยระดับ SIL 3?
หลายคนสงสัยว่าโครงการของตนเองถือว่ามีความเสี่ยงสูงหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนหรือการออกแบบที่มีมาตรฐาน SIL 3 หรือเปล่า คำตอบง่ายๆ คือ ถ้าความผิดพลาดของระบบอาจนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัส การเสียชีวิต หรือความเสียหายร้ายแรง ระบบนั้นมักต้องการ SIL 3
หลักการพิจารณาว่าต้องใช้ SIL 3 หรือไม่
- มีคนทำงานหรือใช้งานในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่?
- ความล้มเหลวของระบบจะส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์โดยตรงหรือไม่?
- มีพลังงานสูง แรงกล หรือวัตถุอันตรายเกี่ยวข้องหรือไม่?
- ระบบทำงานอัตโนมัติโดยไม่มีคนควบคุมตลอดเวลาหรือไม่?
ถ้าคำตอบคือ “ใช่” สำหรับข้อใดข้อหนึ่ง มาตรฐาน SIL 3 มักถูกนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยง
โครงการ ระบบและอุตสาหกรรมที่ต้องการ SIL 3

โครงการที่ต้องการ SIL 3 มักเป็นโครงการที่อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น การบาดเจ็บสาหัส ไฟไหม้ การระเบิด อันตรายจากการเคลื่อนที่ หรือความล้มเหลวของระบบกลที่อาจคร่าชีวิต
1. ระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม
- แขนกลหุ่นยนต์ในสายการผลิตรถยนต์
แขนกลต้องการระบบตรวจจับและหยุดการทำงานที่แม่นยำมาก เพราะน้ำหนักและความเร็วสูงสามารถก่อให้เกิดอันตรายทันที มาตรฐานความปลอดภัย SIL 3 ช่วยลดความเสี่ยงของความผิดพลาดที่พบได้น้อยแต่มีความรุนแรงสูง - ระบบ Emergency Stop ของสายพานลำเลียง
สายพานต้องตอบสนองฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและไว้ใจได้ ระบบที่ออกแบบตามหลักของ SIL 3 จะมีการป้องกันหลายชั้น เช่น เซ็นเซอร์และการตัดไฟอัตโนมัติ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด - เครื่องจักรตัด กด หรือหล่อโลหะ
งานที่ใช้แรงดันสูงต้องพึ่งระบบตรวจจับที่ออกแบบให้ทำงานแม้ในกรณีที่อุปกรณ์บางส่วนล้มเหลว ระดับความปลอดภัย SIL 3 ทำให้เครื่องสามารถลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. โรงไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค
- Boiler Protection System
หม้อไอน้ำต้องการระบบควบคุมที่เชื่อถือได้สูง เพราะแรงดันและอุณหภูมิที่ผิดปกติสามารถสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ ระบบที่ใช้หลักการเดียวกับ SIL 3 จะมีการตรวจจับและตัดการทำงานอย่างแม่นยำแม้ในภาวะวิกฤต - Turbine Safety Control
กังหันหมุนด้วยความเร็วสูงมาก จึงต้องอาศัยการควบคุมที่มีความน่าเชื่อถือเทียบเท่าระดับ SIL 3 เพื่อป้องกัน overspeed และความเสียหายต่ออุปกรณ์และบุคลากร - ระบบป้องกันไฟฟ้าแรงสูง
ไฟฟ้าแรงสูงต้องการการตัดวงจรแบบรวดเร็วและไม่มีความผิดพลาด การออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัย SIL 3 ช่วยให้ระบบทำงานได้เสถียรแม้ในภาวะโหลดสูงหรือเกิดความผิดปกติแบบกะทันหัน
3. งานด้านน้ำมันและก๊าซ
- Emergency Shutdown (ESD)
พื้นที่ที่มีของเหลวและก๊าซไวไฟต้องอาศัยระบบหยุดฉุกเฉินที่ตอบสนองได้ทันที แม้โอกาสเกิดเหตุผิดปกติจะต่ำ แต่ผลกระทบสูงมาก จึงมักใช้ระบบที่พัฒนาตามหลักความปลอดภัยระดับ SIL 3 - Fire & Gas Detection Systems
การตรวจจับไฟและก๊าซต้องเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ระบบที่อิงระดับความปลอดภัย SIL 3 จะมีเซ็นเซอร์หลายชุดทำงานร่วมกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการตรวจจับผิดหรือไม่ตรวจจับเลย - Pipeline Pressure Control
ท่อส่งก๊าซอยู่ภายใต้แรงดันสูงอย่างต่อเนื่อง ระบบที่ใช้หลัก SIL 3 จะตรวจสอบแรงดันและตอบสนองต่อความผิดปกติได้อย่างแม่นยำเพื่อป้องกันการรั่วไหล
4. ลิฟท์
- ลิฟท์โดยสารในอาคาร
ระบบควบคุมความเร็ว ประตู และเบรกต้องน่าเชื่อถือสูง เพราะมีผู้ใช้จำนวนมาก หลักความปลอดภัย SIL 3 ช่วยให้มีการป้องกันหลายระดับเมื่อเกิดความผิดปกติ - ลิฟท์บ้าน (Home Lifts)
การใช้งานที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้พอการที่ต้องใช้ลิฟท์ มาตรฐานความปลอดภัย SIL 3 เช่น การมีเซนเซอร์สำรอง และ fail-safe brake ถูกนำมาใช้ในลิฟท์บ้านพรีเมียมเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้อยู่อาศัย
5. โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
- ระบบรถไฟใต้ดิน (Metro Systems)
ระบบควบคุมรถไฟต้องเสถียรและทนต่อความผิดปกติ เพราะรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก การใช้มาตรฐานความปลอดภัย SIL 3 ทำให้ระบบตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ระบบดับเพลิงอัตโนมัติใน Data Center
ศูนย์ข้อมูลต้องอาศัยระบบตรวจจับไฟที่แม่นยำเพราะอุปกรณ์มีมูลค่าสูง การออกแบบตาม SIL 3 ช่วยลดโอกาสการทำงานผิดเวลาและป้องกันอันตรายในพื้นที่ที่ยังมีคนอยู่
6. อาคารที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง
- อาคารสูงที่มีลิฟท์และบันไดเลื่อนจำนวนมาก
ปริมาณผู้ใช้งานต่อวันสูงทำให้ระบบต้องทำงานอย่างเสถียร การออกแบบแบบ SIL 3 ช่วยป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นไม่บ่อยแต่สร้างผลกระทบระดับสูง - ระบบขนส่งผู้ป่วยอัตโนมัติในโรงพยาบาล
ผู้ป่วยต้องการการเคลื่อนย้ายที่ปลอดภัยและต่อเนื่อง ระบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SIL 3 จึงตอบสนองความต้องการด้านความน่าเชื่อถือได้ดี - อาคารจอดรถอัตโนมัติ (Automated Parking Systems)
การเคลื่อนย้ายรถหนักหลายตันต้องใช้ระบบที่ป้องกันข้อผิดพลาดแม้ในกรณีที่ยากต่อการตรวจจับ ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในมาตรฐานความปลอดภัยแบบ SIL 3
SIL 3 เป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่พัฒนาจากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยมีหลักการออกแบบเพื่อป้องกันความผิดพลาดร้ายแรงล่วงหน้า และลดโอกาสไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำ แม้ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SIL 3 กับการตัดสินใจซื้อลิฟท์บ้าน

1.ลิฟท์ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน SIL 3 หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเป็นทั้งเครื่อง เพราะ SIL ประเมินเป็น “รายฟังก์ชันสำคัญ” เช่น ระบบเบรก ระบบควบคุม หรือระบบตรวจจับความผิดปกติ สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ฟังก์ชันที่เกี่ยวกับความปลอดภัยถูกออกแบบตามหลัก SIL 3 มากน้อยแค่ไหน มากกว่าการมองว่าลิฟท์ต้องผ่าน SIL 3 ทั้งระบบ
2.SIL 3 ช่วยให้ลิฟท์บ้านปลอดภัยขึ้นอย่างไร?
SIL 3 เน้นการ ป้องกันความผิดพลาดล่วงหน้า เช่น ระบบเซนเซอร์ การตรวจจับความผิดปกติได้เร็ว และการเข้าสู่ โหมดปลอดภัยอัตโนมัติ เมื่อพบสัญญาณผิดปกติ ผลลัพธ์คือ ลิฟท์ทำงานเสถียรขึ้น นุ่มนวลขึ้น และลดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ที่กระทบผู้ใช้งาน
3.ถ้าลิฟท์บ้านไม่ได้เป็น SIL 3 ถือว่าปลอดภัยน้อยกว่าหรือไม่?
ไม่เสมอไป ลิฟท์มีมาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะทางอยู่แล้ว ความสำคัญอยู่ที่ คุณภาพของการออกแบบระบบป้องกันในแต่ละฟังก์ชัน หากฟังก์ชันสำคัญถูกออกแบบตามความปลอดภัย SIL หรือมีหลักการ fail-safe ที่ดี ลิฟท์ก็ยังคงปลอดภัย แม้ไม่ได้รับรองเป็น SIL 3 ทั้งระบบ
4.SIL ต่างจากมาตรฐานลิฟท์ทั่วไปอย่างไร?
มาตรฐานลิฟท์ทั่วไปกำหนด “ขั้นต่ำที่ต้องมีเพื่อความปลอดภัย” ส่วน SIL คือแนวทางที่ช่วยประเมิน “ระดับความน่าเชื่อถือเชิงลึกของฟังก์ชันสำคัญ” แบบเชิงปริมาณ ทั้งสองส่วนทำงานร่วมกัน โดยมาตรฐานลิฟท์ให้กรอบพื้นฐาน ส่วน SIL ช่วย ยกระดับให้ระบบสำคัญทำงานเสถียรและแม่นยำมากขึ้น
5.การบำรุงรักษาเกี่ยวอะไรกับมาตรฐานความปลอดภัย SIL 3 หรือไม่?
เกี่ยวโดยตรง เพราะหนึ่งในหัวใจของ SIL คือ การตรวจสอบตามรอบ (proof test) เพื่อให้ระบบสำคัญยังคงความน่าเชื่อถือในระยะยาว เช่น การทดสอบเซนเซอร์หรือระบบเบรกที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ผู้ซื้อควรเลือกแบรนด์ที่มี แผนบำรุงรักษาชัดเจนและตรวจสอบระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
หากคุณสนใจลิฟท์บ้าน สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ซีเบส ลิฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
Showroom ลิฟท์ที่กรุงเทพฯ
2113, 1 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10310
Showroom ลิฟท์ที่เชียงใหม่
123/6 หมู่ 15 ถนนชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
Showroom ลิฟท์ที่ภูเก็ต
20/82 (Park plaza D) หมู่ 2 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลิฟท์บ้านระบบสกรูของเรา สามารถติดต่อเราได้ที่ https://www.cibeslift.co.th/homelift-form เพื่อรับการติดต่อกลับพร้อมนำเสนอราคา













